<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://snk.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://snk.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร]]></title>
<link>https://snk.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/7837</link>
<guid isPermaLink="false">d6fb7535fa74902c74bb0f315edd550e</guid>
<pubDate>Tue, 08 Jun 2021 14:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร</p>

<p>ที่ตั้ง&nbsp; &nbsp;วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิด วรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 1255 ตำบลพระธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2300 &nbsp;ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 เขตวิสุงคาม กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร ปัจจุบัน มีพระเทพสิทธิโสภณ (สุรสีห์ กิตติโสภโณ) เป็นเจ้าอาวาส และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร&nbsp; มีพื้นที่ตั้งวัดประมาณ 18 ไร่ 1 งาน 27 ตารางวา มีอาณาเขต ดังนี้&nbsp; ทิศเหนือ จดถนนสาธารณะและที่ดินชาวบ้าน&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทิศใต้&nbsp; จดถนนเจริญเมือง&nbsp; ทิศตะวันออก&nbsp; จดที่สาธารณะเขตหนองหาร&nbsp; &nbsp;ทิศตะวันตก&nbsp; จดถนนเรืองสวัสดิ์&nbsp; &nbsp;อาคารเสนาสนะประกอบด้วย พระอุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2513&nbsp; พระวิหาร สร้างเมื่อ พ.ศ.2498 ศาลาเอนกประสงค์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2524 หอสมุดประชาชน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2487 กุฏิสงฆ์ 11 หลัง อาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรม หอระฆัง ศาลารายรอบพระวิหาร พระอุโบสถ และพระธาตุเชิงชุม ปูชียวัตถุสำคัญประกอบด้วย พระธาตุเชิงชุม หลวงพ่อพระองค์แสน พระประธานในพระอุโบสถ (พระพุทธชินราชจำลอง) พระอุโบสถหลังเก่าซึ่งกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ&nbsp;</p>

<p>วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เดิมชื่อว่า วัดพระธาตุศาสดาราม ชาวบ้านเรียกว่า วัดพระธาตุ หรือ วัดธาตุ เปลี่ยนชื่อเป็น วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เมื่อปี พ.ศ.2496 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิด วรวิหาร เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2506&nbsp;</p>

<p>พระธาตุเชิงชุม&nbsp; เป็นสถูปก่ออิฐถือปูน รูปแบบขององค์พระธาตุได้รับอิทธิพลจากพระธาตุพนม ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม ส่วนบนเป็นทรงบัวเหลี่ยมสูงประมาณ 25 เมตรเศษ ไม่มีลวดลายประดับ ฐานเจดีย์ก่อเป็นซุ้มประตูยอดทรงปราสาท มีซุ้มประตูทั้งสี่ด้าน ภายในทึบ ก่อด้วยศิลาแลงมีซุ้มประตูหลอกแบบศิลปะขอม บริเวณกอบประตูทางเข้าอุโมงค์องค์พระธาตุเชิงชุม มีศิลาจารึกภาษาเขมรอักษรขอมโบราณอาุราวพุทธศตวรรษที่ 17 กล่าวถึงการแบ่งเขตการปกครองที่ดินแก่หัวหน้าหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน ข้าทาสและสิ่ของต่างๆ ดังมีข้อมูลรายละเอียดปรากฏในฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทยของศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร&nbsp; พระธาตุเชิงชุม เป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนครมาแต่โบราณ เป็นเอกลักษณ์ของเมืองสกลนคร ดวงตราประจำจังหวัด เป็นรูปองค์พระธาตุประดิษฐานอยู่กลางดวงตราและคำขวัญประจำจังหวัด ว่า พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาร แลตระการปราสาทผึ้ง สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม ยอดฉัตรขององค์พระธาตุเชิงชุมถูกฟ้าผ่ามาแล้วหลายครั้ง&nbsp; เนื่องจากสมัยก่อนไม่มีสายล่อฟ้า จึงได้มีการบูรณะองค์พระธาตุเรืื่อยมา องค์เดิมจริงนั้นสร้างด้วยหินศิลาแลง ต่อมาได้มีการสร้างองค์พระธาตุครอบองค์เดิม&nbsp;</p>

<p>พระวิหาร&nbsp; &nbsp; ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรุป หลวงพ่อพระองค์แสน เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของชาวสกลนคร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย ศิลปเชียงแสน ประดิษฐานอยู่บนฐานสูง 1.35 เมตร มีความสูงจากฐานถึงยอดพระเมาลี 3.20 เมตร หน้าตักกว้าง 2.00 เมตร</p>

<p>หลวงพ่อพระองค์แสน&nbsp; เดิมมีชื่อว่า พระสุวรรณแสน เพราะสร้างด้วยทองคำหนักได้แสนหนึ่ง นอกจากหลวงพ่อพระองค์แสนองค์เดิมซึ่งประดิษฐานภายในพระวิหารด้านหน้าแล้ว ยังมีหลวงพ่อพระองค์แสนจำลอง สร้างขึ้นเพื่อฉลองพุทธชยันตี มีการบูรณะองค์พ่อพระองค์แสนจากกรมศิลปากร และทำการจดบันทึกไว้ล่าสุดปี พ.ศ. 2505&nbsp;</p>

<p>พระอุโบสถ&nbsp; &nbsp;พระอุโบสถหลังเดิมหรือหลังเก่า มีลักษณะเป็นสิมแบบโถง โครงการเป็นไม้ก่ออิฐถือปูนหลังคามุงแป้นเกล็ด หันหน้าไปทางทิศใต้ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 ครั้งพระธานีเป็นเจ้าเมือง ภายในมีจิตรกรรมเป็นภาพเถาไม้เลื้อยเป็นแนวโดยรอบ หน้าบันมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นรูปเทพบุตรและเทพธิดา ดาวประจำยาม มังกร และเถาไม้เลื้อยประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ทั้งที่สร้างด้วยไม้และเป็นปูนปั้น&nbsp;</p>

<p>ลำดับเจ้าอาวาส&nbsp; 1. พระครูหลักคำ&nbsp; 2. พระครูชิน&nbsp; 3. พระครูเหม 4. พระครูเสือ 5. พระครูสอน 6. พระครูพรหมมา 7. พระครูแพง 8. พระครูหลักคำ (พน) พ.ศ. 2430 - 2453 9. พระครูสกลสมณกิจสังฆปาโมกข์ (บุตรดี ปัญญาวุฑโฑ) พ.ศ. 2453 - 2466 10. พระเทพวิมลเมธี (วันดี สิริวัณโณ) พ.ศ. 2476 - 2529 11. พระเทพวิสุทธาจารย์ (กง โฆสโก) พ.ศ. 2542 - 2552 12. พระเทพสิทธิโสภณ (สุรสีห์ กิตติโสภโณ) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน</p>

<p>การเสด็จพระราชดำเนินวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร&nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารหลายครั้ง ครั้งที่ 1 เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 2 - 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธียกฉัตรพระธาตุเชิงชุม เมื่อเสร็จพิธีแล้วได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรซึ่งเฝ้ารับเสด็จอยู่รอบกำแพงแก้วพระอุโบสถ ในปี พ.ศ.2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีพระราชศรัทธาพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 100,000 บาท เพื่อบูรณะองค์พระธาตุเชิงชุม</p>

<p>ในปี พ.ศ. 2556 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ไปทรงตัดหวายลูกนิิมิตพระอุโบสถ ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 16.00 น.</p>

<p>ในปี พ.ศ. 2558 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์โสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปเป็นองค์ประธานยกยอดฉัตรองค์พระธาตุเชิงชุม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เวลา 16.00 น.</p>

<p>ในปี พ.ศ. 2563&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ สักการะพระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563</p>

<p>ในปี พ.ศ. 2564 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จเป็นการส่วนพระองค์สักการะพระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://snk.onab.go.th/th/file/get/file/20210608fc47bf382139b8d69a26ec901aaf4557145114.JPG' type='image/jpg' length='84633' />
</item>
</channel>
</rss>
